ต้องการกู้เงิน มีแหล่งเงินกู้ไหนแนะนำบ้าง

แหล่งกู้เงิน มีอยู่หลายแห่ง แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แค่

แหล่งเงินกู้นอกระบบ คือ แหล่งเงินกู้ที่มีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเป็นเจ้าของเงินกู้ ไม่ได้ทำการจดทะเบียนใดๆ และขึ้นตรงกับหน่วยงานใดๆ ของรัฐบาล หรือเรียกง่ายๆ ว่า แหล่งเงินกู้ผิดกฎหมาย ที่มีลักษณะการปล่อยเงินกู้แบบปากต่อปาก หรือจากการแนะนำโดยคนรู้จัก หรือจากการโฆษณาชวนเชื่อทางอินเตอร์เนท เช่น กู้ง่าย ผ่อนสบาย ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน หรือ เพียงติดต่อมาก็จะได้รับเงินสดทันที เป็นต้น ทั้งนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นคำโฆษณาชวนเชื่อที่ทำให้ผู้ที่ต้องการใช้เงินด่วนขาดความยั้งคิดได้ คือผู้กู้ก็คิดแต่เพียงว่าต้องการเงิน แต่อาจจะไม่ได้คำนึงถึง การชำระหนี้ ที่ส่วนใหญ่แล้ว แหล่งเงินกู้นอกระบบ จะคิดอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างสูง และคิดเป็นรายวัน ซึ่งหากผู้กู้ไม่สามารถนำเงินมาชำระหนี้ได้ตามกำหนดเวลา แหล่งเงินกู้นอกระบบส่วนใหญ่ ก็จะมีวิธีการทวงหนี้ที่โหดร้าย รุนแรง อาจจะถึงขั้นทำร้ายร่างกายกันเลยก็เป็นได้

แหล่งเงินกู้ในระบบ คือแหล่งเงินกู้ที่มีมีการจดทะเบียนอย่างถูกต้องกับหน่วยงานรัฐบาล และมีการกำหนดนโยบาย กฎเกณฑ์ สำหรับการปล่อยเงินกู้ที่ชัดเจน โดยจะต้องอ้างอิงจากนโยบาย และกฎเกณฑ์จากธนาคารแห่งประเทศไทย มีการคิดดอกเบี้ยแบบชัดเจน มีระบบการปล่อยเงินกู้ที่รัดกุม สามารถตรวจสอบได้ ซึ่งแหล่งเงินกู้ในระบบนี้ ก็จะแยกย่อยออกไปเป็น 2 ประเภท

  • แหล่งเงินกู้ในระบบที่เป็นธนาคาร คือแหล่งเงินกู้ หรือที่เราเรียกว่า สินเชื่อ ต่างๆ เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อ SME บัตรกดเงินสด บัตรเครดิต เป็นต้น ทั้งนี้ แหล่งเงินกู้ที่เป็นธนาคารจะมีการกำหนดคุณสมบัติผู้กู้ วงเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย ที่ชัดเจน อยู่ภายในกรอบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้
  • แหล่งเงินกู้ในระบบที่ไม่ใช่ธนาคาร คือกลุ่มบริษัทไฟแนนซ์ บริษัทให้บริการทางการเงิน มีการกำหนดคุณสมบัติผู้กู้ วงเงินกู้ อัตราดอกเบี้ยที่ชัดเจน เช่นเดียวกับแหล่งเงินกู้ทีป็นธนาคารนั่นแหล่ะ แตกต่างกับธนาคารตรงที่ กลุ่มบริษัทการเงินหรือไฟแนนซ์ ไม่มีบริการรับฝากเงินเช้าบัญชี ให้บริการเป็นแหล่งเงินกู้อย่างเดียว เช่น อิออน พรอมิส โตโยตาลิสซิ่ง ซัมมิทแคปปิตอล เป็นต้น

ทั้งนี้ ไม่ว่าท่านจะมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินมากเพียงใด ก่อนตัดสินใจทำการกู้เงิน ไม่ว่าจากแหล่งใด ท่านควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบเสียก่อน ที่สำคัญคือ เมื่อทำการกู้เงินมาแล้ว ท่านต้องคำนวณรายได้ของท่านด้วยว่ารายได้ที่มีอยู่ หักค่าใช้จ่ายประจำวัน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ แล้ว จะเพียงพอต่อการชำระหนี้เงินกู้หรือไม่ เพราะหากท่านผิดนัดชำระหนี้ ขาดส่งเงิน ภาระหนี้เหล่านั้น ก็จะเพิ่มพูนมากขึ้นไปเรื่อยๆ เป็นดอกเบี้ยทบต้น เป็นต้น